สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ร่วมกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย พา “ฉลาม” เหินฟ้าสู่ท้องทะเล คืน “ความสมดุล” แก่ท้องสมุทรพร้อมปลูกจิตสำนึก “รักษ์” ฉลาม

 

 

เมื่อพูดถึง “ฉลาม” หลายคนมักนึกถึงภาพความน่าสะพรึงกลัวของนักล่าแห่งท้องทะเลที่ไล่ล่าทุกสิ่งมีชีวิต ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์อย่างเรา แต่ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์ต่างหากกลับเป็นผู้ล่า ลักลอบจับมันเพื่อนำไปขาย จนอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ทุกชนิด

 

ฉลามหลากหลายสายพันธุ์ในน่านน้ำทะเลไทยและสากลกำลังตกอยู่ในอันตราย ไม่ว่าจะเป็นฉลามขนาดใหญ่ที่ดุร้ายอย่างฉลามวาฬ และฉลามขาวยักษ์ ไปจนถึงฉลามตัวน้อย น่ารักและไม่ทำร้ายคนอย่าง ฉลามปล้องอ้อยหรือฉลามกบที่กำลังลดลงอย่างมากจากการคุกคามของการประมง

 

ด้วยเหตุนี้ทาง สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล กรุงเทพฯ อุทยานสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ร่วมกับ บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด จัดกิจกรรมเพื่อเป็นการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยการปล่อยฉลามปล้องอ้อยจำนวน 5 ตัว แบ่งเป็นฉลามตัวผู้ 2 ตัว และตัวเมีย 3 ตัว อายุประมาณ 4 ปี และมีความยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ที่ทางสยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ได้เพาะเลี้ยงขึ้นภายในในอควาเรี่ยม จนมีความสมบูรณ์และพร้อมที่จะแพร่พันธุ์ออกไปตามธรรมชาติ ณ แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีความพร้อมและอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการเริ่มต้นชีวิตในโลกกว้างของฉลามปล้องอ้อยน้อยๆ เหล่านี้ เนื่องในโอกาสการเปิดตัวฐานการบินที่สองของบริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด อย่างเต็มรูปแบบ ที่จังหวัดภูเก็ต โดยมุ่งหวังให้การปล่อยฉลามปล้องอ้อยในครั้งนี้มีส่วนช่วยกระตุ้นจิตสำนึกให้ทุกคนหันมาตระหนักถึงความสำคัญและหันมาร่วมกันอนุรักษ์ฉลามต่อไป

 

ฉลามปล้องอ้อยที่นำมาปล่อยทั้ง 5 ตัวนี้ เกิดจากการผสมพันธุ์ของพ่อ-แม่พันธุ์ที่ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสัตว์น้ำของ สยาม โอเชี่ยน เวิร์ล ได้ทำการเพาะขยายพันธุ์ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะฟักไข่ ที่ต้องทำความสะอาดและตรวจสอบไข่เป็นประจำทุกวันเพื่อแยกไข่เสีย จากนั้นทีมดูแลสัตว์น้ำก็ต้องกระจายวางไข่บนพื้นกรวดในตู้เลี้ยงไม่ให้ซ้อนกัน เพื่อป้องกันการเน่าเสีย ในขณะเดียวกันก็ต้องหมั่นตรวจสอบคุณภาพน้ำทั้งเรื่องอุณหภูมิ ความเค็ม และความเป็นกรดด่างของน้ำที่ใช้ระหว่างขั้นตอนการฟักไข่ และเมื่อลูกปลาฉลามฟักออกจากไข่แล้ว เราก็จะแยกเลี้ยงดูในถังอนุบาล โดยให้กุ้งสดและปลาหมึกเป็นอาหาร ในปริมาณที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ

 

สำหรับการปล่อยฉลามปล้องอ้อยในครั้งนี้ ยังต้องอาศัยความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการขนย้าย เพื่อให้ฉลามตัวน้อยได้กลับสู่บ้านใต้สมุทรอย่างปลอดภัยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนแรก โดยเริ่มจากการแยกฉลามปล้องอ้อยทั้ง 5 ตัวลงในบ่อที่เตรียมไว้และอดอาหารพวกมันล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันก่อนวันปล่อยจริง เนื่องจากพวกมันจะไม่ขับของเสียระหว่างการขนส่ง จากนั้นยังต้องระมัดระวังในการจัดเตรียมฉลามสำหรับการขนส่งเป็นพิเศษ ตั้งแต่การต้อนฉลามเข้าไปในถุงพลาสติกที่มีความเหนียวซ้อนกันถึง 2 ชั้น เพื่อป้องกันการรั่วหรือฉีกขาด ก่อนจะบรรจุลงกล่องโฟมที่มีความหนามากพอที่จะรองรับแรงกระแทกระหว่างการเคลื่อนย้าย พร้อมด้วยถุงน้ำแข็งควบคุมอุณหภูมิให้เหล่าฉลามน้อยรู้สึกผ่อนคลายที่สุดตลอดเที่ยวบินการเดินทาง และขั้นตอนสุดท้าย เมื่อเดินทางมายังศูนย์สัตว์ทะเล แหลมพันวา จังหวัดภูเก็ตแล้ว ยังต้องทยอยถ่ายน้ำทะเลจากบริเวณที่จะทำการปล่อย แทนที่น้ำในถุงที่ใส่ฉลาม เพื่อให้พวกมันค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับบ้านหลังใหม่นี้ได้เร็วที่สุด

 

การร่วมมือกันของสยาม โอเชี่ยน เวิร์ล และบริษัท ไทยแอร์เอเชีย ในการปล่อยฉลามปล้องอ้อย กลับสู่ทะเลอันดามันนั้น อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการปลูกจิตสำนึกของการอนุรักษ์ฉลาม แต่พวกมันจะสามารถดำรงอยู่คู่กับมนุษยชนต่อไปในอนาคตได้หรือไม่ ก็ต้องอาศัยความร่วมมือกันอย่างจริงจังขององค์กรในทุกภาคส่วน ให้มาตระหนักถึงความสำคัญ และร่วมกันอนุรักษ์เผ่าพันธุ์ฉลามที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ 400 ล้านปีที่แล้ว ให้คงอยู่สืบชั่วรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป